เน็ตไอดอลอาหารเสริม ถูกสาวประเภท 2 หลอกซื้อสินค้า

เน็ตไอดอลอาหารเสริม

เน็ตไอดอลอาหารเสริม ถูกสาวประเภท 2 หลอกซื้อสินค้า

เน็ตไอดอลชื่อดังแจ้งความถูกสาวประเภท 2 หลอกซื้อสินค้าเสียหายกว่า 7 แสนบาท ผู้ก่อเหตุเผยเงินที่ขายสินค้าได้นำไปใช้เรื่องเรียนและเที่ยวเตร่

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 11 ก.ย. นายภิรภพหรือเก่ง วังศิริไพศาล อายุ 28 ปี และนายธนพรรณหรือบอย ลิ้มรวยทรัพย์ อายุ 22 ปี

เจ้าของผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักและเป็น เน็ตไอดอล ชื่อดังเคยเป็นข่าวโด่งดังชายแต่งงานกับชาย เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อภิศักดิ์ นิยมสุข รอง สว.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

ว่าตนทั้งสองคนร่วมหุ้นกันทำธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารเสริม ประเภทลดน้ำหนักชื่อ “เคบี” ตั้งออฟฟิตอยู่ย่าน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี

โดยช่วงตั้งแต่เดือนมกราคมที่ผ่านมา จนถึงเดือนสิงหาคม มีลูกค้าที่เข้ามาสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าทางไลน์ โดยใช้ชื่อ”สำลี”สั่งซื้อสินค้าครั้งละมากๆ เป็นเงินจำนวนหลายๆหมื่นบาท

รวม 13 ครั้ง เป็นมูลค่า 666,265 บาท โดยให้จัดส่งสินค้าไปที่ จ.ขอนแก่น ซึ่งในแต่ละครั้งจะใช้วิธีโอนเงินตามยอดสินค้าที่สั่งแล้วจะก็อปปี้สลิปเพื่อยืนยันส่งมาให้ดูเป็นหลักฐาน

เน็ตไอดอลอาหารเสริม ถูกสาวประเภท 2 หลอกซื้อสินค้า

ก่อนที่ทางบริษัทจะจัดส่งสินค้าให้ตามออร์เดอร์ จนกระทั้งมาตรวจสอบบัญชีของทางธนาคารทราบว่ายอดเงินที่โอนมาให้ดูมียอดเข้ามาครั้งละ 20 บาท เท่านั้น ไม่ตรงกับสลิปที่ส่งมาให้ดู

จนรู้ว่าโดนโกง โดยมีการปลอมแปลงตัดต่อเลขของยอดเงินที่ส่งมาทั้ง 13 ครั้ง จึงเข้าแจ้งความดำเนินคดี

ทางด้าน พ.ต.ท.ยศวิน เอี่ยมพุ่ม รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ปากเกร็ด ได้มอบหมายให้ร้อยเวรเร่งตรวจสอบ ทราบว่า ทางผู้เสียหายทั้งสองคนได้เดินทางเข้าแจ้งความและให้ข้อมูลเบื้องต้นไว้ก่อนหน้านี้เมื่อช่วงกลางเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา

กระทั่งทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบจนทราบว่านายเอ(นามสมมุติ) อายุ 17 ปี บ้านอยู่ที่ อ.เมืองขอนแก่น เป็นนักเรียนชั้นปวช.ปี 3 เป็นสาวประเภทสอง เป็นผู้ก่อเหตุ

จึงได้ออกหมายเรียกให้มาพบเพื่อสอบปากคำ โดยนายเอได้เดินทางมาให้ปากคำแล้วเมื่อช่วงเที่ยงของวันนี้ ให้การรับสารภาพว่าได้ใช้ชื่อสำลีและรูปภาพของแม่เอามาตั้งโปรไพล์ในไลน์เพื่อให้ดูน่าเชื่อถือ

ก่อนจะเข้ามาสมัครเป็นตัวแทนขายสินค้าอาหารเสริม ส่วนสลิปปลอมจะใช้วิธีก็อปปี้หน้าสลิปที่โอนไปให้จากจำนวน 20 บาท แล้วนำมาแก้ไขตัวเลขให้ตรงกับยอดที่สั่งสินค้า เพื่อไม่ให้มีพิรุธ

ซึ่งสินค้าที่ได้จะนำไปเร่ขายในราคาถูกๆ เพื่อนำเงินมาใช้เรื่องเรียนและเที่ยวเตร่

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำแบบนี้มาแล้วกว่า 20 ครั้งโดยใช้ชื่อผู้อื่น ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ เจ้าหน้าที่จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่า ฉ้อโกงทรัพย์ และได้ควบคุมตัวส่งสถานพินิจ

เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา news.mthai.com